สีทาภายใน

เลือกสีทาภายในให้เหมาะสม

1. สีเรียบด้าน : สีเรียบ มักจะเป็นสีด้าน ให้ความมันเงาน้อยที่สุด ไม่เช่นนั้นจะทำให้สะท้อนแสง สีทาภายใน ชนิดนี้ เหมาะสำหรับการปิดบังหรือซ่อนความไม่สมบูรณ์แบบต่าง ๆ บนผนัง เช่น การมีรอยแตกรอยบุบ แต่ก็เป็นสีเปื้อนง่าย และทำความสะอาดได้ยาก จึงไม่เหมาะกับการนำมาใช้ในพื้นที่ที่มีการใช้งานมาก อย่างเช่นห้องครัวและห้องน้ำ

2.สีที่มีความขรุขระแบบเปลือกไข่ : การใช้สีแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องง่าย สีทาภายในแบบเปลือกไข่ หรือ eggshell นี้ จะมีความมันน้อยกว่าสีด้าน เป็นสีที่เปื้อนง่าย แต่สามารถทำความสะอาดได้ง่ายกว่าสีเรียบด้าน หากมีรอยเลอะ แค่ใช้ผ้าเปียกเช็ดคราบก็พอจะหลุดออกไปได้แล้ว สีชนิดนิ้ นิยมใช้ในห้องนอน ห้องครัว ห้องสำหรับเด็ก และในที่ที่มีคนเยอะมีการใช้งานเยอะ

3.สีกึ่งมันเงา : เป็นสีทาภายในที่ใช้งานยากกว่าสีทั้งสองประเภทข้างต้น เป็นสีที่มีความสะท้อนแสงเมื่อแห้ง ดังนั้น หากผนังห้องมีตำหนิ หรือมีความไม่สมบูรณ์แบบ จะเห็นตำหนินั้นเด่นชัดมาก แต่ก็เป็นสีที่ทำความสะอาดได้ง่าย เหมาะสำหรับการใช้ทาในห้องนอนเด็ก หรือในห้องน้ำ

4.สีมันเงา : สีทาภายในประเภทนี้ มักจะใช้ทาขอบประตู หน้าต่าง รวมทั้งเฟอร์นิเจอร์ ด้วยความที่สีเป็นมันเงา ทำให้น่ามอง และยังทำความสะอาดได้ง่าย

สีทาภายใน

5.สีน้ำมันและสีลาเท็กซ์ : สำหรับงานตกแต่งภายใน สีลาเท็กซ์ หรือสีสูตรน้ำเป็นทางเลือกที่ดี เพราะเป็นสีที่แห้งเร็วใช้ง่าย ทำความสะอาดง่าย ไม่เลอะเทอะ และมีกลิ่นไม่แรง แต่สีน้ำมันนั้นจะแห้งช้ากว่า และมีกลิ่นแรง แต่สีน้ำมันจะให้พื้นผิวที่เรียบกว่า ทนต่อการขูดขีด รอยนิ้วมือ และไม่ค่อยจะเลอะคราบสกปรก สีน้ำมันจะติดแน่นเหมาะสำหรับการใช้ทาเฟอร์นิเจอร์ ฝพื้นผิวที่หยาบ รวมทั้งพื้นด้วย

6.การใช้สีขาวล้วน : สีขาวล้วนสามารถใช้ได้ แต่เพื่อให้ดูน่าสนใจ อาจจะใช้เทคนิคการตัดขอบ การใช้เพดาน หรือเคลือบผนัง ด้วยสีที่กึ่งมันเงา

7.การใช้สีตัดกัน : สามารถเพิ่มความน่าสนใจ และทำให้สีขาวเด่นได้ ด้วยการใช้สีตัดกัน เช่น สีขาว กับสีถ่าน

8.สีชอล์ค : สีชอล์คนั้น สามารถทำให้ได้ความรู้สึกทั้งเป็นของเก่า และวินเทจ ได้เป็นอย่างดี

9.สีเข้มก็ใช้กับพื้นที่ขนาดเล็กได้ : ส่วนใหญ่จะใช้สีขาวกับห้องที่มีขนาดเล็กเพื่อทำให้ดูพื้นที่กว้างขึ้น แต่สีเข้มก็สามารถใช้ได้ด้วยเช่นกัน อย่างเช่นสีเนวี บลู ก็ให้ความรู้สึกอบอุ่น ไม่ได้ทำให้รู้สึกอึดอัด