หลักการซื้อเพชร ที่คุณควรรู้

การเลือกซื้อเพชร ใช่ว่าจะเลือกแบบสุ่มสี่สุ่มห้าก็ได้ เพชรคืออัญมณีที่มีราคาแพงและหากคุณต้องจ่ายเงินจำนวนมาก เพื่อซื้อเพชรที่ไม่มีคุณภาพ แน่นอนว่าย่อมไม่คุ้มค่าและไม่มีใครอยากให้เป็นเช่นนั้น วันนี้เราจึงมีหลักการซื้อเพชรมาแนะนำ ถ้าอยากได้เพชรมีคุณภาพ จะต้องพิจารณาจากอะไร โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีประโยชน์สำหรับคนที่กำลังวางแผนจะซื้อเพชรในเร็วๆ นี้

เพชรต้องมีใบเซอร์รับรอง

หลักการซื้อเพชรคุณภาพ เพชรต้อมีใบ certificate ซึ่งเป็นใบรับรองของเพชร โดยเป็นเอกสารที่ระบุข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับเพชรในแต่ละเม็ด ที่ผ่านการตรวจสอบในเรื่องของสี ขนาด ตำหนิ หรือมลทิน รวมถึงการเจียระไน อย่างไรก็ตาม ใบเซอร์ที่รับรองจะต้องออกโดยสถาบันอัญมณีสากลที่มีความน่าเชื่อถือ ในปัจจุบันมีสถาบันด้านอัญมณีหลายสถาบันทั่วโลก แต่ที่ได้รับการยอมรับและมีความน่าเชื่อถือมากที่สุด ก็คือสถาบัน GIA  ซึ่งเป็นสถาบันที่ศึกษาทางด้านอัญมณีศาสตร์ และเป็นสถาบันที่คิดค้นและพัฒนาการประเมินคุณภาพของเพชรโดยใช้หลัก 4C โดยเฉพาะการประเมินคุณภาพสีของเพชรที่ใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษแทนระดับสี ยกตัวอย่างเช่น D มีค่าเท่ากับสีที่ใสบริสุทธิ์หรือเรียกกันว่าเพชรน้ำร้อยนั่นเอง นอกจากสถาบัน GIA แล้วก็ยังมีสถาบันอื่นๆ เช่น HRD IGI

ราคาของเพชรอ้างอิงจากตาราง RAPAPORT

จะรู้ได้อย่างไรว่าเพชรราคาเท่าไหร่ หลักการซื้อเพชรง่ายๆ คือให้ดูจาก Rapaport  ซึ่งเป็นตารางราคาเพชรที่ร้านค้าหรือลูกค้าใช้อ้างอิงในการซื้อขายเพชรกันทั่วโลก โดยจะออกทุกเดือน ราคาของเพชรมีหน่วยเป็นดอลลาร์สหรัฐต่อกะรัต ซึ่งหลังจากที่ทางลูกค้าทราบคุณสมบัติของ 4C ก็สามารถอ้างอิงราคาได้จาก Rapaport อย่างไรก็ตาม ราคาที่อ้างอิงจาก Rapaport  ยังไม่ใช่ราคาที่แท้จริง บางร้านอาจมีราคาส่วนลด เพื่อดึงดูดความสนใจของลูกค้า และโดยส่วนใหญ่เพชรที่มีราคาสูงจะเป็นเพชรเกรดดี มีคุณภาพ มีความสมบูรณ์ทั้งในเรื่องของสัดส่วน การเรืองแสง และการเจียระไน

การวัดคุณภาพเพชรด้วยหลัก 4C

4C ที่ว่านี้ประกอบไปด้วย กะรัต Carat , การเจียระไน Cut , สี Color , ความสะอาด Clarity

เราได้กล่าวไปแล้วในตอนต้นว่ามีการนำเอาหลัก 4C มาใช้เป็นมาตรฐานในการวัดคุณภาพของเพชร เพชร 1 กะรัต จะแบ่งออกเป็นหน่วยย่อย 100 หน่วย หรือเรียกว่า ตังค์ ยกตัวอย่างเช่น เพชรที่มีขนาด 0.50 กะรัตจะเรียกว่า 50 ตังค์ เป็นต้น ยิ่งมีจำนวนกะรัตมากเท่าไหร่ ราคาก็ยิ่งสูง ส่วน Cut ก็คือการเจียระไน ยิ่งเป็นเพชรที่ผ่านการเจียระไนจากช่างฝีมือดี มีการเจียระไนด้วยความปราณีตและความสวยงามหรือเจียระไนให้มีรูปทรงที่โดดเด่น ก็จะยิ่งทำให้เพชรราคาสูง ในขณะที่  Color ก็คือสี อย่างที่บอกว่าเพชรน้ำร้อยหรือเพชร D Color คือ เพชรที่มีสีขาวใสบริสุทธิ์และเป็นเพชรที่มีคุณภาพ จึงทำให้ราคาสูงตามไปด้วย ความสะอาด Clarity  ตำหนิหรือมลทิน ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ใช้วัดคุณภาพของเพชรหากเป็นเพชรเกรดดีมีคุณภาพจะต้องเป็นเพชรที่ไร้ตำหนิหรือไร้มลทินนั่นเอง

และนี่ก็คือสาระที่น่ารู้ในเรื่องของ หลักการซื้อเพชร โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทั้งหมดทั้งมวลนี้จะเป็นประโยชน์ สำหรับคนที่กำลังจะวางแผนซื้อเพชรหรือกำลังศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องราวของเพชรอยู่ไม่มากก็น้อย